POSITIV GROUP Social Enterprise Co.,Ltd.
การใช้เครื่องยนต์เรือไฟฟ้าทดแทนเครื่องยนต์เรือเบนซิน
เส้นทางที่ 2: ล่องเรือชมวิถีชีวิตชุมชนชาวแพสะแกกรัง อ.เมืองอุทัยธานี จ.อุทัยธานี
หน่วยงานร่วมดำเนินการ: วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวสัตว์ป่าตำบลระบำ
ระยะเวลาดำเนินงาน: 1 พฤศจิกายน 2568 – 31 สิงหาคม 2569

ข้อมูลกิจกรรมของโครงการ
รายการ ข้อมูลที่ใช้คำนวณ
ชื่อเส้นทาง ล่องเรือชมวิถีชีวิตชุมชนชาวแพสะแกกรัง
จำนวนเรือ 1 ลำ
ระยะทางต่อเที่ยว 3 กิโลเมตร
จำนวนเที่ยวต่อเดือน 6 เที่ยว/ เดือน
ระยะเวลาดำเนินงาน 10 เดือน
เครื่องยนต์เดิม Honda ขนาด 15 แรงม้า
เชื้อเพลิงเดิม น้ำมันเบนซิน
ค่าใช้จ่ายน้ำมันเฉลี่ย 200 บาท/ 2 เที่ยว
ราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ย 39 บาท/ลิตร
จำนวนครั้งที่ชาร์จเรือไฟฟ้า 1 ครั้ง/ 2 เที่ยว
ความจุพลังงานแบตเตอรี่ต่อการชาร์จ 3.6 kWh
ไฟฟ้าที่ดึงจากโครงข่ายรวมการสูญเสีย 4.0 kWh/ครั้ง
ค่าการปล่อยไฟฟ้าจากระบบโครงข่าย
ค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไฟฟ้าที่ใช้ในผลการเปรียบเทียบหลัก ได้แก่
EF ไฟฟ้า Scope 2 = 0.4750 kgCO₂e/kWh
สำหรับการวิเคราะห์เพิ่มเติมแบบรวม Scope 3 ใช้ค่าดังนี้
EF ไฟฟ้า Scope 3 = 0.0812 kgCO₂e/kWh
ดังนั้น ค่าการปล่อยรวมของไฟฟ้าแบบ Scope 2 และ Scope 3 เท่ากับ
EFไฟฟ้ารวม=0.4750+0.0812= 0.5562 kgCO₂e/kWh
ประเภทค่า EF
ไฟฟ้า Scope 2 ค่า EF 0.4750 kgCO₂e/kWh
ไฟฟ้า Scope 3 ค่า EF 0.0812 kgCO₂e/kWh
ไฟฟ้า Scope 2 + Scope 3 ค่า EF 0.5562 kgCO₂e/kWh
น้ำมันเบนซิน ค่า EF 2.2173 kgCO₂e/L
สมมติฐานที่ใช้ในการคำนวณ
การคำนวณใช้สมมติฐานดังต่อไปนี้
- ระยะทาง 3 กิโลเมตร หมายถึงระยะทางรวมของการเดินเรือหนึ่งเที่ยว
- เรือให้บริการเฉลี่ย 6 เที่ยวต่อเดือน
- ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เท่ากับ 10 เดือน
- เรือให้บริการรวม 60 เที่ยวตลอดระยะเวลาประเมิน
- ค่าใช้จ่ายน้ำมันเบนซิน 200 บาท สามารถใช้เดินเรือได้ 2 เที่ยว
- ราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยตลอดระยะเวลาประเมินเท่ากับ 39 บาทต่อลิตร
- เรือไฟฟ้าสามารถเดินเรือได้ 2 เที่ยวต่อการชาร์จแบตเตอรี่ 1 ครั้ง
- แบตเตอรี่มีแรงดันไฟฟ้า 72 V และความจุ 50 Ah
- พลังงานที่เก็บในแบตเตอรี่เมื่อชาร์จเต็มเท่ากับ 3.6 kWh
- ประสิทธิภาพในการชาร์จกำหนดไว้ที่ร้อยละ 90 หรือมีการสูญเสียพลังงานร้อยละ 10
- ไฟฟ้าที่ดึงจากระบบโครงข่ายเท่ากับ 4.0 kWh ต่อการชาร์จ
- การชาร์จแบตเตอรี่หนึ่งครั้งเพียงพอต่อการเดินเรือ 2 เที่ยว หรือระยะทางรวม 6 กิโลเมตร
- ไม่มีการชาร์จเพิ่มเติมระหว่างการเดินเรือ 2 เที่ยว
- ผลการคำนวณหลักใช้ค่า EF ไฟฟ้า Scope 2
- ผลการคำนวณแบบ Scope 2 + Scope 3 แสดงเป็นข้อมูลประกอบ
- จำนวนผู้โดยสารจริงในแต่ละเที่ยวไม่ถูกนำมาใช้คำนวณ เนื่องจากผลหลักคำนวณต่อเที่ยวและต่อกิโลเมตร
- เรือสามารถบรรทุกผู้โดยสารได้สูงสุด 22 คน แต่ไม่ได้หมายความว่ามีผู้โดยสารครบ 22 คนทุกเที่ยว
สรุปข้อมูลกิจกรรม
รายการ ผลรวมตลอด 10 เดือน
จำนวนเรือ 1 ลำ
จำนวนเที่ยว 60 เที่ยว
ระยะทางรวม 180 กิโลเมตร
จำนวนชุดการเดินเรือ ชุดละ 2 เที่ยว 30 ชุด
จำนวนครั้งที่ชาร์จ 30 ครั้ง
ระยะทางต่อการชาร์จ 6 กิโลเมตร
ตารางสรุปผลการเปรียบเทียบหลัก
| ตัวชี้วัด | เรือเบนซิน | เรือไฟฟ้า | ปริมาณที่ลดได้ |
| จำนวนเที่ยว | 60 เที่ยว | 60 เที่ยว | — |
| ระยะทางรวม | 180 กม. | 180 กม. | — |
| พลังงานที่ใช้ | 153.8462 ลิตร | 120 kWh | — |
| การปล่อยรวม | 341.1231 kgCO₂e | 57.0000 kgCO₂e | 284.1231 kgCO₂e |
| การปล่อยรวม | 0.3411 tCO₂e | 0.0570 tCO₂e | 0.2841 tCO₂e |
| การปล่อยต่อเที่ยว | 5.6854 kgCO₂e | 0.9500 kgCO₂e | 4.7354 kgCO₂e |
| การปล่อยต่อ 2 เที่ยว การปล่อยต่อกิโลเมตร ร้อยละการลด | 11.3708 kgCO₂e 1.8951 kgCO₂e — | 1.9000 kgCO₂e 0.3167 kgCO₂e — | 9.4708 kgCO₂e 1.5784 kgCO₂e 83.29% |
สรุปผลการประเมิน
กิจกรรมล่องเรือชมวิถีชีวิตชุมชนชาวแพสะแกกรังดำเนินการโดยเรือจำนวน 1 ลำ ซึ่งรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 22 คน มีจำนวนการเดินเรือเฉลี่ย 6 เที่ยวต่อเดือน เป็นระยะเวลา 10 เดือน รวมทั้งสิ้น 60 เที่ยว และมีระยะทางเดินเรือรวม 180 กิโลเมตร
กรณีใช้เครื่องยนต์ Honda ขนาด 15 แรงม้า ซึ่งใช้น้ำมันเบนซิน จะมีค่าใช้จ่ายน้ำมันรวมประมาณ 6,000 บาท คิดเป็นปริมาณน้ำมันประมาณ 153.8462 ลิตร และปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 341.1231 kgCO₂e หรือ 0.3411 tCO₂e
กรณีเปลี่ยนมาใช้เรือไฟฟ้า ซึ่งติดตั้งแบตเตอรี่ขนาด 72 V 50 Ah และสามารถเดินเรือได้ 2 เที่ยวต่อการชาร์จ 1 ครั้ง จะมีจำนวนการชาร์จรวม 30 ครั้ง และใช้ไฟฟ้าจากระบบโครงข่ายรวมประมาณ 120 kWh
ดังนั้น การใช้เรือไฟฟ้าทดแทนเรือเครื่องยนต์เบนซินในเส้นทางนี้สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ
284.1231 kgCO₂e หรือ 0.2841 tCO₂e ตลอดระยะเวลา 10 เดือน
คิดเป็นการลดลงประมาณ
ร้อยละ 83.29 เมื่อเทียบกับกรณีใช้เรือเครื่องยนต์เบนซิน
*ร้อยละการลดเท่ากับเส้นทางที่ 1 เนื่องจากข้อมูลพลังงานต่อ 2 เที่ยวและค่า EF ที่ใช้เหมือนกัน*
รายงานเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569
